พรีวิว iPad Pro 2021 กับ ชิปเซต M1 

         หลังจากที่เปิดตัวไปแล้วกับ iPad Pro M1 เมื่อเดือนเมษายน 2021 ที่ผ่านมา โดยสิ่งที่น่าสนใจก็จะเป็นเรื่องของไส้ในที่มีการอัพเกรดใหม่และอีกหลายๆอย่าง โดยทางแอดมินได้มารีวิวกันให้ทุกๆท่านได้ตัดสินใจที่จะซื้อ iPad Pro M1 ได้อย่างง่ายๆดังนี้ครับ

         ส่วนแรกของ iPad Pro M1 ที่จะพรีวิว คือชิปเซต M1 ที่ทรงประสิทธิภาพที่แรงกว่าชิป A12Z Bionic ทั้งเรื่องของการประหยัดพลังงานที่ค่อนข้างมากกว่าพอสมควร และ CPU แบบ 8 core  จะเร็วมากกว่า 50% ส่วน GPU แบบ 8 core  จะเร็วกว่า 40% และใช้ Neural Engine แบบ 16 core โดยรวมแรงกว่าเดิม 71%

          และในเรื่องของหน้าจอที่ใช้แบบ Liquid Retina หรือ LED ในรุ่น 11 นิ้ว โดยมีความสว่างที่ 600 นิต การแสดงแบบ True Tone และเฟรมเรทที่ 120 Hz Promotion ขอบเขตสีแบบ P3 ที่ทำให้การสะท้อนแสงที่ต่ำ ทำให้ภาพดูสวย สดใสมากยิ่งขึ้น

 

           และ Liquid Retina XDR หรือ Mini-LED ในรุ่น 12.9 นิ้ว ซึ่งถือว่าเป็นที่สุดของที่สุดกับอัตราส่วนคอนทราสต์ 1,000,000:1 ที่สามารถดึงศักยภาพในการรับชมภาพยนต์หรือตัดแต่งรูปภาพและวีดีโอได้ดีและมีค่าความสว่างที่ 1,000 นิต สูงสุด 1,600 นิต(ในแบบ HDR) การแสดงแบบ True Tone และเฟรมเรทที่ 120 Hz Promotion ขอบเขตสีแบบ P3 ที่ทำให้การสะท้อนแสงที่ต่ำ ทำให้ภาพดูสวย สดใสมากยิ่งขึ้น

         สำหรับกล้องที่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายๆคนสนใจ โดย iPad Pro M1 2021 จะให้กล้องหน้าแบบอัลตร้าไวด์ 12MP ที่กว้างถึง 122 องศา และปรับให้เราอยู่ตรงกลางจอได้ตลอดเวลา และทำงานร่วมกับกล้อง TrueDepth ในการปลดล็อคแบบ Face ID กล้องหลังก็ให้มา 2 กล้อง แบบ กล้องไวด์ 12MP และกล้องอัลตร้าไวด์ 10MP พร้อมกับเทคโนโลยี LiDAR สแกนเนอร์

 

         และปัจจุบันที่ความแรงเป็นเรื่องที่สำคัญในยุค 5G โดย  iPad Pro M1 ก็มีในส่วนนี้มาให้ และWi-Fi 6 ที่เป็นการเชื่อมต่อไร้สายที่เร็วมาก ไม่ว่าจะเป็นเวลาในการดาวน์โหลด , อัพโหลด หรือสตรีมภาพยนตร์ก็สามารถทำงานได้เร็วมากขึ้น

 

         พอร์ตเชื่อมต่อในแบบ Thunderbolt ที่เร็วมากๆ โดยเป็นพอร์ตอเนกประสงค์ โดยใช้ร่วมกับหัวต่อ USB-C ที่มีอยู่แล้วได้เลย โดยพอร์ต Thunderbolt มีแบนด์วิดท์สำหรับการเชื่อมต่อแบบใช้สายสูงสุดที่ 40 Gbps ที่ใช้เชื่อมต่อจอภาพได้ถึงขนาด 6K , ต่อไดรฟ์ และอีกมากมาย

 

         ในส่วนลำโพงของ iPad Pro M1 นั้นจะมีมาให้ 4 ตัว พร้อมระบบเสียงระดับภาพยนตร์ พร้อมรองรับ Dolby Atmos และยังมีไมโครโฟนเสียงระดับสตูดิโอมีให้ 5 ตัว จึงสามารถบันทึกเสียงได้ดีมากด้วยไม่ว่าจะถ่ายวีดีโอหรือสร้างผลงานเพลง และอีกมากมายหลายอย่าง

 

          โดยผลิตภัณฑ์ของ Apple นั้นก็ยังคงพยายามที่จะเป็นผู้นำในเรื่องของการรับผิดชอบผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสารปรอท , สารอาร์เซนิก , สารรเบริลเลียม , BFR , PVC , ใช้ดีบุกรีไซเคิล 100% , ตัวเครื่องใช้เป็นอลูมิเนียมรีไซเคิล 100%

และอุปกรณ์เสริมที่มีอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Magic Keyboard , Smart Keyboard , Apple Pencil 2 ซึ่งใช้กับรุ่นก่อนหน้าได้หมดเลยครับ

 

ในส่วนของราคานั้น แอดมินก็เอามาให้ได้เลือกกันทั้งแบบรุ่น Wi-Fi และ Cellular ตามนี้เลยครับผม

 

iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว

Wi-Fi ขนาดความจุ 128GB ราคา 27,900 บาท และแบบ Cellullar ราคา 32,900 บาท

Wi-Fi ขนาดความจุ 256GB ราคา 31,400 บาท และแบบ Cellullar ราคา 36,400 บาท

Wi-Fi ขนาดความจุ 512GB ราคา 38,400 บาท และแบบ Cellullar ราคา 43,400 บาท

Wi-Fi ขนาดความจุ 1TB ราคา 52,400 บาท และแบบ Cellullar ราคา 57,400 บาท

Wi-Fi ขนาดความจุ 2TB ราคา 66,400 บาท  และแบบ Cellullar ราคา 66,400 บาท

 

iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว

Wi-Fi ขนาดความจุ 128GB ราคา 37,900 บาท และแบบ Cellullar ราคา 42,900 บาท

Wi-Fi ขนาดความจุ 256GB ราคา 41,400 บาท และแบบ Cellullar ราคา 46,400บาท

Wi-Fi ขนาดความจุ 512GB ราคา 48,400 บาท และแบบ Cellullar ราคา 53,400 บาท

Wi-Fi ขนาดความจุ 1TB ราคา 62,400 บาท และแบบ Cellullar ราคา 67,400 บาท

Wi-Fi ขนาดความจุ 2TB ราคา 76,400 บาท และแบบ Cellullar ราคา 81,400 บาท